IDG ปักธงรายได้ 3 ปีโต 2 เท่า อัพโครงสร้างสู่ 5 หน่วยธุรกิจหลัก มุ่งบริการครบวงจร

IDG ปักธงรายได้ 3 ปีโต 2 เท่า อัพโครงสร้างสู่ 5 หน่วยธุรกิจหลัก มุ่งบริการครบวงจร

IDG เปิดยุทธศาสตร์ 3 ปี ตั้งเป้ารายได้โต 2 เท่า พร้อมผลักดันอัตรากำไรสุทธิแตะ 20% เผยปรับโครงสร้างสู่ 5 หน่วยธุรกิจหลักเพื่อการบริการที่ครบวงจร รับสัญญาณบวกครึ่งปีหลังที่ภาคธุรกิจเร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อดิจิทัลความได้เปรียบ หนุนรายได้ปีนี้โต 5-10%

นายวิธาน ฉั่วเจริญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินดิจี จำกัด (มหาชน) หรือ IDG เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า บริษัทได้วางเป้าหมาย 3 ปี (ปี 2569-2671) รายได้รวมจะเติบโต 2 เท่า จากปี 2568 ที่มีรายได้ 120.50 ล้านบาท และจะผลักดันอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ที่ระดับ 20% ขึ้นไป

โดยในปี 2569 บริษัทคาดการเติบโตของรายได้จะอยู่ที่ระดับ 5-10% เนื่องจากมีการปรับโครงสร้างธุรกิจและได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในช่วงต้นปี ทั้งนี้ หลังจากผ่านพ้นช่วงครึ่งปีแรกที่ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ชะลอการใช้จ่าย บริษัทมองเห็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะตั้งแต่เริ่มต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเปรียบเสมือนการปลดล็อกงบประมาณที่อั้นมาจากช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี (ไตรมาส 1-2/2569) เพื่อเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อการแข่งขัน

“เศรษฐกิจโดยรวมเริ่มดูดีขึ้น แม้จะยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก เช่น สงคราม หรือวิกฤตเศรษฐกิจต่างประเทศ แต่ภาคธุรกิจเริ่มปรับตัวชนกับความไม่แน่นอนดังกล่าว และมองหาเครื่องมือเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่ง โดยมองว่าหากไม่ปรับตัวตอนนี้ อาจเสียอำนาจการแข่งขันได้”

นายวิธาน กล่าว

ทั้งนี้ IDG ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจจากเดิมที่เน้นให้บริการพัฒนาระบบงานสำหรับองค์กร มาเป็น 5 หน่วยธุรกิจหลัก เพื่อการบริการที่ครบวงจร ไ ด้แก่

1. Digital Consulting คือกลุ่มธุรกิจให้คำปรึกษาด้าน AI, Transformation, Cloud และ Security

2. Digital Integration คือกลุ่มธุรกิจให้บริการพัฒนาต่อยอดระบบงานและเชื่อมต่อซอฟต์แวร์องค์กร เช่น SAP, Microsoft, Oracle และสามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบงานของหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศ

3. Digital Platform คือกลุ่มธุรกิจให้บริการซอฟต์แวร์ผ่านระบบ Cloud (Subscription) โดยมีผลิตภัณฑ์หลักคือ Transformation Plus, Work Plus, Bit Plus, Life Plus และ 365 Plus

4. Digital Academy คือกลุ่มธุรกิจใหม่ที่เน้นพัฒนาบุคลากรและองค์กรยุคใหม่ โดยเฉพาะการนำ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และ

5. Digital Market คือกลุ่มธุรกิจใหม่ที่รวมผลิตภัณฑ์ดิจิทัลเพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจร

นายวิธาน กล่าวอีกว่า หัวใจสำคัญของการเติบโตคือ AI Transformation ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ในปัจจุบัน โดยบริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “Transformation Plus” ที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI ไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคม และเริ่มมีลูกค้าระดับองค์กรนำไปใช้งานแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีการเปิด Business Center (BC) เพื่อเป็นจุดบริการใหม่ ทั้งสถานที่ฝึกอบรม และบริการ Shared Service เช่น IT, Accounting และ Legal Service เพื่อช่วยองค์กรที่มีงบประมาณจำกัดในการจ้างบุคลากรโดยตรง ขณะเดียวกันบริษัทอย่างได้ขยายพื้นที่สำหรับการให้บริการ BC เพิ่มขึ้น โดยในปี 2569 ได้วางงบลงทุนไว้ที่ประมาณ 10 ล้านบาท


ขอบคุณข่าวจาก : ข่าวหุ้นธุรกิจ

หลักเกณฑ์การเข้าร่วมโปรแกรม