เร่งการพัฒนา Digital Platform ด้วย AI-Powered Engineering

ยกระดับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ตลอด SDLC ด้วย AI Coding Agents, Automated Testing และ Cloud-Native Platform Engineering เพื่อช่วยให้ทีมพัฒนา Digital Platform ได้เร็วขึ้น ลดงานซ้ำ และรักษาคุณภาพของระบบได้อย่างต่อเนื่อง

3-5x
เร็วขึ้นตั้งแต่ Idea สู่ Production
85%
ลดข้อผิดพลาดด้วย Automated AI Review
60%
ประหยัดค่าใช้จ่ายการพัฒนาและบำรุงรักษา
Auto
Autonomous CI/CD & Self-Healing Monitoring
ทำไมการพัฒนาแพลตฟอร์มยุคใหม่ ต้องขับเคลื่อนด้วย AI?

เพราะทีมพัฒนาต้องรับมือทั้งความเร็ว คุณภาพโค้ด และความซับซ้อนของระบบที่เพิ่มขึ้น

พัฒนานาน เพราะยังต้องเริ่มหลายอย่างจากศูนย์

หลายงานในขั้นตอนพัฒนาเป็นงานซ้ำที่กินเวลา เช่น การเขียน Boilerplate Code หรือ Logic พื้นฐาน ทำให้ Developer เหลือเวลาน้อยลงสำหรับงานที่ต้องใช้การคิดและออกแบบจริง

💡AI Coding Agents เข้ามาช่วยลดงานพื้นฐาน เพื่อให้ทีมพัฒนาโฟกัสกับส่วนสำคัญของระบบได้มากขึ้น

ยิ่งพัฒนาต่อเนื่อง ยิ่งต้องคุมคุณภาพโค้ดให้ดี

เมื่อระบบมีการแก้ไขและเพิ่มฟีเจอร์อยู่ตลอด เรื่อง Code Quality, Bug และการทดสอบก็ยิ่งต้องจัดการให้เป็นระบบ

💡ใช้ AI ช่วยตรวจสอบ Code Quality และ Automated Testing เพื่อให้ทีมทดสอบได้ต่อเนื่องและลดภาระจากงานตรวจสอบซ้ำ

ระบบโตขึ้น Cloud ก็ซับซ้อนขึ้นตาม

เมื่อเริ่มใช้ Kubernetes, Microservices และ CI/CD Pipeline การดูแล Infrastructure และ Deployment ก็ต้องอาศัยทั้งเครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสม

💡ใช้แนวทาง Cloud-Native Platform Engineering และ DevOps Automation เพื่อช่วยให้การจัดการระบบและการ Deploy ทำได้คล่องตัวขึ้น

6 ความสามารถของ AI-Powered Platform Engineering

ผสาน AI Coding Assistants, Modern DevOps และ Cloud-Native Architecture เข้ากับวงจรการพัฒนา เพื่อช่วยให้ทีมลดงานที่กินเวลา รักษาคุณภาพของระบบ และส่งมอบ Digital Platform ได้คล่องตัวขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบ

AI-Assisted Development

ลดเวลาจากงานโค้ดพื้นฐาน ให้ทีมโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญกว่า

AI Coding Assistants และ Agentic Engineering ช่วยจัดการงานที่มีรูปแบบซ้ำ เช่น Boilerplate, CRUD, API Endpoints และ Schema ทำให้ Developer มีเวลามากขึ้นสำหรับ Business Logic และ Architecture ของระบบ

AI UI/UX Design to Code

เปลี่ยนจาก Design สู่ Frontend ได้เร็วขึ้น โดยยังคงมาตรฐานการใช้งาน

ช่วยต่อยอด Wireframe หรือ Figma Design ให้เป็น Frontend Code และ UI Components ที่พร้อมนำไปพัฒนาต่อ ลดระยะห่างระหว่าง Design และ Development

Code Review & Security

ตรวจโค้ดได้เร็วขึ้น โดยไม่ลดความสำคัญของคุณภาพและความปลอดภัย

ใช้ AI ช่วยตรวจสอบ Code Quality และ Security ก่อน Merge เพื่อให้ทีมเห็นจุดเสี่ยง ประเด็นที่ควร Refactor และช่องโหว่ที่ควรตรวจสอบได้เร็วขึ้น

AI-Assisted Testing

เพิ่มความต่อเนื่องของการทดสอบ โดยลดงาน Test ที่ต้องทำซ้ำ

AI ช่วยสร้าง Unit Test, Integration Test และ E2E Test Scenarios เพื่อให้ทีมครอบคลุมกรณีใช้งานได้มากขึ้น และลดเวลาในการเตรียม Test Case ด้วยมือ

Cloud-Native Platform Engineering

ทำให้ทีมพัฒนาและ Deploy บน Cloud ได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

สร้าง Internal Developer Platform และวางโครงสร้าง Cloud-Native เพื่อให้การ Deploy, Scaling และการจัดการ Infrastructure ทำได้ง่ายขึ้นและสอดคล้องกันทั้งทีม

CI/CD & Observability

ส่งมอบซอฟต์แวร์ต่อเนื่อง และมองเห็นปัญหาได้เร็วขึ้น

เชื่อม CI/CD, GitOps และ Observability เข้าด้วยกัน เพื่อให้ทีมติดตามการ Deploy ตรวจสอบสถานะระบบ และรับมือกับความผิดปกติได้เร็วขึ้น

AI Engineering Lifecycle

5 ขั้นตอนการพัฒนา Digital Platform ด้วย AI Engineering

เชื่อม Architecture, Development, Testing และ Cloud Deployment เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้ทีมพัฒนาได้เร็วขึ้น ควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้น และพร้อมต่อยอดระบบในระยะยาว

01

AI Architecture Blueprint

วิเคราะห์โจทย์ ออกแบบ Architecture, Microservices และ Data Schema ให้สอดคล้องกับระบบและการใช้งานจริง

02

Rapid UI/UX Generation

ต่อยอด Wireframe หรือ Figma Design ไปสู่ Interactive UI Components และเชื่อม API Endpoints เพื่อให้เห็นภาพการใช้งานก่อนเข้าสู่การพัฒนาเต็มรูปแบบ

03

AI-Assisted Sprint

Developer ทำงานร่วมกับ AI Coding Agents ในส่วนที่ช่วยเร่งการพัฒนา เช่น Code Structure, Boilerplate และงานพื้นฐาน พร้อมควบคุมคุณภาพของโค้ดตลอด Sprint

04

Automated QA & Audit

ครอบคลุม Automated Testing, Load Testing และ Security Vulnerability Scan เพื่อช่วยให้ทีมตรวจพบปัญหาได้เร็วขึ้นก่อนนำระบบไปใช้งานจริง

05

Cloud Deployment

นำระบบขึ้น Production ด้วย GitOps และ CI/CD พร้อม Monitoring เพื่อติดตามสถานะ ประสิทธิภาพ และความผิดปกติของระบบอย่างต่อเนื่อง

AI Engineering สำหรับแพลตฟอร์มที่ต้องรองรับการเติบโตของธุรกิจ

ออกแบบและพัฒนา Digital Platform ระดับ Enterprise ให้รองรับทั้งความเร็ว ความเสถียร และการขยายระบบตามรูปแบบธุรกิจที่เปลี่ยนไป

Enterprise SuperApps & SaaS

รองรับการเติบโตของผู้ใช้และบริการในแพลตฟอร์มเดียว

พัฒนา SuperApp และ SaaS สำหรับองค์กรที่ต้องรองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก เชื่อมหลายบริการ และสามารถเพิ่ม Module ใหม่ได้โดยไม่กระทบระบบหลัก

FinTech & Banking Platforms

แพลตฟอร์มที่ต้องการทั้งความเร็ว ความปลอดภัย และความต่อเนื่อง

รองรับระบบธุรกรรมที่มีปริมาณสูง พร้อมแนวทางด้าน Security, Monitoring และ Transaction Processing สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำและเสถียรภาพ

E-Commerce & Marketplace Hubs

เชื่อมคำสั่งซื้อ สินค้า และระบบหลังบ้านให้ทำงานต่อเนื่อง

รองรับ E-Commerce และ Marketplace ที่ต้องจัดการข้อมูลจำนวนมาก เชื่อม Inventory และรองรับ Traffic ที่เปลี่ยนแปลงด้วย Auto-Scaling

IoT & Telematics Platforms

รับข้อมูลจากอุปกรณ์จำนวนมาก และนำไปใช้ได้แบบ Real-time

รองรับการเชื่อมต่อ Sensor และ IoT Devices พร้อมจัดการ Real-time Data Streaming สำหรับ Monitoring, Tracking และการวิเคราะห์ข้อมูลจากหน้างาน

เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาและดูแล Digital Platform
🤖 AI Coding Agents
☸️ Kubernetes & Helm
🐙 ArgoCD (GitOps)
🌍 Terraform / OpenTofu
🛡️ SonarQube & Snyk
📈 Prometheus & Grafana
🔍 OpenTelemetry
🐳 Docker Container
⚡ Next.js / Node.js
🐍 Python FastAPI
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ AI-Powered Engineering (FAQ)
1. การใช้ AI ช่วยเขียนโค้ด จะทำให้คุณภาพโค้ดด้อยลงหรือมีช่องโหว่หรือไม่?
ตรงกันข้ามครับ เพราะโค้ดทุกบรรทัดที่ AI เจนเนอเรตจะผ่านการตรวจสอบ (Code Review) โดย Senior Software Architect ของ INDIGY เสมอ และยังมีระบบ Automated Security Scanner ตรวจสอบซ้ำ ทำให้โค้ดมีคุณภาพสูง เป็นระเบียบ และมีช่องโหว่น้อยกว่าการเขียนด้วยมือเพียงอย่างเดียว
เพราะ AI ช่วยตัดงานที่กินเวลาและซ้ำซ้อน เช่น การเขียน Boilerplate, การสร้างฟอร์ม, การเขียน Test Case, การสร้าง Mock Data และการตรวจเช็คโค้ด ทำให้ทีมนักพัฒนาสามารถทุ่มเทเวลากับการออกแบบ Business Logic ที่สำคัญที่สุดของธุรกิจได้ทันที
 
รองรับได้ 100% ครับ เพราะเราออกแบบสถาปัตยกรรมแบบ Cloud-Native Microservices บน Kubernetes ที่มีนโยบาย Auto-Scaling อัตโนมัติ สามารถขยายตัวเพื่อรองรับทราฟฟิกมหาศาล และลดขนาดลงเมื่อไม่มีการใช้งานเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
 
เรามีบริการ Managed Platform Services ดูแลความพร้อมใช้งานของระบบเชิงรุก พร้อมระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะ (Observability) หรือหากลูกค้าต้องการนำกลับไปดูแลเอง เรามีเอกสาร Architecture & Operations Manual และการฝึกอบรมทีมงานให้อย่างครบวงจร
 
ท่านสามารถส่งข้อกำหนดโครงการ (Requirement) หรือนัดหมายเพื่อจัดทำ Architecture Blueprinting ร่วมกับทีมวิศวกรของ INDIGY เราจะจัดทำ Roadmap และโครงสร้างแพลตฟอร์มต้นแบบให้ท่านพิจารณาอย่างละเอียด
 

เริ่มด้วย AI Engineering

Don't be afraid to say hello with us!

ศูนย์บริการลูกค้า